เปิดประตู..สู่อาชีพงานช่าง

ค้นหาบล็อกนี้

วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แกงหน่อไม้

แกงหน่อไม้
หน่อไม้เป็นต้นอ่อนของไผ่ไม้ไผ่เป็นทรัพยากรป่าไม้ที่มีค่ายิ่งต่อชีวิตและความเป็นอยู่ประจำวันของคนไทยโดยเฉพาะชาวชนบทจะมีความสัมพันธ์กับไม้ไผ่อย่างแน่นแฟ้นทุกส่วนของไม้ไผ่นับตั้งแต่รากถึงยอดจะใช้ประโยชน์ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมเริ่มตั้งแต่รากฝอยของไม้ไผ่ช่วยยึดติดไม่ให้ดินพังทลายต้นอ่อนของไผ่หรือหน่อไม้เป็นอาหารธรรมชาติของคนไทยมาช้านานเหง้าสามารถนำไปทำเครื่องประดับ กิ่งก้าน มัดรวมกันสามารถใช้ทำเป็นไม้กวาดได้และลำไม้ไผ่ใช้ทำบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ทำเครื่องเรือน ทำด้ามเครื่องมือการเกษตรและภาชนะต่างๆ ทำเครื่องดนตรี เครื่องจักรสาน ใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมผลินเยื่อกระดาษการทำไหมเทียมตลอดจนไม้ไผ่นำมาทำเชื้อเพลิงได้
ส่วนที่ใช้เป็นอาหารได้แก่หน่ออ่อนของไม้ไผ่หรือหน่อไม้รับประทานเป็นผักหน่อไม้เป็นผักที่มีมากในฤดูฝนพบในท้องตลาดทุกภาคของเมืองไทย ชาวบ้านนิยมนำมาทำเป็นอาหารกันทุกภาค ที่นิยมทำเป็นอาหารกันมากของชาวอีสาน คือ แกงหน่อไม้ใบย่านาง
เครื่องปรุง
หน่อไม้รวกเผา= 5 หน่อ (300 กรัม)
ใบย่านาง= 20 ใบ (115 กรัม)
เห็ดฟางฝ่าครึ่ง= ½ ถ้วย (100 กรัม)
ชะอมเด็ดสั้น= ½ ถ้วย (50 กรัม)
ฟักทองหั่นชิ้นพอคำ= ½ ถ้วย (50 กรัม)
ข้าวโพดข้าวเหนียวฝานเอาแต่เมล็ด= ½ ถ้วย (50 กรัม)
แมงลักเด็ดเป็นใบ= ½ ถ้วย (50 กรัม)
ตะไคร้ทุบหั่นท่อน= 2 ต้น (60 กรัม)
น้ำปลาร้า= 3 ช้อนโต๊ะ (48 กรัม)
น้ำ3-4 ถ้วย = (300-400 กรัม)
กระชายทุบ= ¼ ถ้วย (10 กรัม)
พริกขี้หนู= 10 เม็ด (10 กรัม)
ข้าวเบือ = 1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)
น้ำปลา= 2 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
หมายเหตุข้าวเบือ คือ ข้าวเหนียวแช่น้ำประมาณ 20 นาทีขึ้นไป แล้วนำมาโขกใช้ละเอียด
วิธีทำ
1.
โขลกข้าวเบือให้ละเอียด
2.
ปอกเปลือกหน่อไม้ ตัดส่วนแก่ทิ้ง ตัดเป็นท่อนยาว 2 นิ้ว ต้มน้ำทิ้ง 2-3 ครั้ง ให้หายขื่น
3.
โขลกใบย่านางแล้วนำไปคั้นกับน้ำ ให้น้ำใบย่านางออก กรองใส่หม้อ
4.
นำหม้อที่ใส่น้ำใบย่านางยกขึ้นตั้งไฟ ใส่หน่อไม้พอเดือดใส่กระชาย พริกขี้หนู ตะไคร้ข้าวเบือ น้ำปลาร้า น้ำปลา ต้มสักครู่ ใส่ฟักทอง เห็ดฟาง ข้าวโพดเมื่อทุกอย่างสุกทั่วกันดี ใส่ชะอม ใบแมงลัก ยกหม้อลง
สรรพคุณทางยา
1.
หน่อไม้ มีรสขมหวานร้อน
-
ราก รสอร่อยเอียนเล็กน้อย ใช้ขับปัสสาวะแก้ไตพิการ
-
ใบไผ่ เป็นยาขับฟอกล้างโลหิตระดูที่เสีย
2.
ย่านาง มีรสจืด ทั้งต้นนำมาปรุงเป็นยาแก้ไข้กลับ
-
ใบ ใช้เป็นยาถอนพิษปรุงรวมกับยาอื่นแก้ไข้
-
ราก แก้เบื่อเมา กระทุ้งพิษไข้ เป็นเมาสุราถอนพิษผิดสำแดง
3.
เห็ดฟาง (เห็ดบัว) รสจืดให้พลังงานและสารอาหารโปรตีนที่มีคุณค่าแทนเนื้อสัตว์ช่วยกระจายโลหิต
4.
ชะอม รากชะอมมีสรรพคุณแก้ท้องเฟ้อ ขับลมในลำไส้แก้อาการปวดเสียวในท้องได้ดียอดชะอมใบอ่อน มีรสจืด กลิ่นฉุน (กลิ่นหอมสุขุม) ช่วยลดความร้อนของร่างกาย
5.
ฟักทอง มีคุณค่าทางอาหารสูง บำรุงสายตา บำรุงร่างกาย
6.
ข้าวโพดรสหวานมัน เมล็ด เป็นยาบำรุงกระเพาะอาหาร ฝาดสมาน บำรุงหัวใจ ปอด เจริญอาหารขับปัสสาวะ
-
ราก ต้มกินรักษานิ่ว และอาเจียน
7.
แมงลัก ใบสดรสหอมร้อน เป็นยาแก้หวัด แก้หลอดลมอักเสบ แก้โรคท้องร่วง ขับลม
8.
ตะไคร้แก้ปวดท้อง ขับปัสสาวะ บำรุงธาตุ ช่วยเจริญอาหาร และขับเหงื่อ
9.
กระชายรสร้อน แก้ท้องอืดเฟ้อ ขับลม แก้บิดมีตัว ขับพยาธิตัวกลม และพยาธิเส้นด้ายในเด็กใช้แต่งกลิ่น สี รสอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารสูง ไม่มีพิษ
10.
พริกขี้หนูรสเผ็ดร้อน ช่วยย่อย
ประโยชน์ทางอาหาร
แกงหน่อไม้ใส่ใบย่านาง รสชาติโดยรวมจะออกไปทางขมร้อนจากการใส่ผักหลายชนิดซึ่งมีทั้งรสร้อน รสขม จืดมัน จึงช่วยในการบำรุงธาตุขับปัสสาวะ แก้ไข้ ขับลม และช่วยเจริญอาหาร

ข้อมูลอ้างอิง http://history48.exteen.com/20070206/entry-4

2 ความคิดเห็น: